เสริมสร้างภาษาอังกฤษเด็กด้วย Spiral Method

สอนภาษาอังกฤษเด็กด้วย Spiral Method

คุณพ่อ คุณแม่ หรือคุณผู้ปกครองเคยสงสัยไหมว่า วิธีการสอนแบบใด จะช่วยให้บุตรหลานของท่าน สามารถเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้จริง วิธีการเรียนเน้นท่อง-จำแบบเดิม ๆ นั้น จะช่วยให้เด็กสามารถพัฒนาภาษาอังกฤษได้จริงไหม? แล้วถ้าบุตรหลานของท่าน จดจำไม่เก่งจะทำอย่างไร? เด็กจะรู้สึกเบื่อหน่ายกับการเรียนภาษาอังกฤษไปก่อนไหม?

ในบทความนี้ เราจะแนะนำให้คุณรู้จักวิธีการสอนแบบ “Spiral Method” ที่เน้นให้เด็กเรียนรู้และสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมทักษะทางการคิดได้อย่างเหมาะสมกับวัยของพวกเขา

หัวข้อที่น่าสนใจ

ทำความรู้จักกับ Spiral Method

มารู้จักกับ Spiral Method

การเรียนรู้ด้วยหลัก “Spiral Method” นั้น เป็นแนวทางการสอนโดยตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า เด็กจะได้เรียนรู้เนื้อหาเพิ่มเติมในแต่ละครั้งที่มีการทบทวนหรือพบหัวข้อนั้น ๆ อีกครั้ง

วิธีสอนจะเริ่มจากบทเรียนพื้นฐานหรือบทเรียนแรกเหมือนทั่ว ๆ ไป แต่เด็กไม่จำเป็นต้องเชี่ยวชาญหรือเก่งตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เรียน และสามารถไปยังบทเรียนถัด ๆ ไปได้ จากนั้นอาจารย์จะกลับมาทบทวนที่บทเรียนแรกหรือบทเรียนก่อนหน้า ค่อย ๆ เสริมความเข้าใจและสอนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผ่านการแนะนำและให้เด็กฝึกประยุกต์ใช้ในรูปแบบใหม่ ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตามหลักสูตร ซึ่งหมายความว่าเด็ก ๆ มีโอกาสมากมายในการฝึกฝนสิ่งที่พวกเขาได้เคยเรียนรู้ไป ดังนั้นแล้ว ในทุก ๆ ครั้งที่เด็กได้กลับมาทบทวนเนื้อหา ก็จะสามารถเพิ่มพูนความรู้ จนพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทำไมต้อง Spiral Method?

เด็กมักจะชอบเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ สังเกตได้ว่า เด็กมักจะมีสมาธิน้อยลงเมี่อต้องทำบางสิ่งบางอย่างเป็นเวลานานเกินไป รวมทั้งในวัยเด็กเป็นวัยที่มีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว และส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ อีกด้วย

นอกจากนั้น ธรรมชาติของมนุษย์โดยทั่วไป เมื่อได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ แล้ว เรามักจะค่อย ๆ ลืมสิ่งนั้นไปตามกาลเวลา ซึ่งนักจิตแพทย์ชาวเยอรมัน “Hermann Ebbinghaus” ได้เรียกปรากฎการณ์นี้ว่า “The Forgetting Curve” โดยเฉพาะในวัยเด็ก มีโอกาสที่จะลืมสิ่งที่พวกเขาเรียนรู้ไปถึง 50% ตั้งแต่วันแรก!

The Forgetting Curve

The Forgetting Curve แสดงให้เห็นถึงว่า เมื่อนักเรียนได้เรียนรู้บางสิ่ง ข้อมูลที่ได้รับรู้เข้าไปมีแนวโน้มจะลดลงมากที่สุดในเวลาไม่นานหลังจากการเรียนรู้นั้น ๆ และข้อมูลเหล่านี้จะลดลงเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมนักเรียนส่วนใหญ่มักจะมีปัญหากับการเตรียมตัวสอบนั่นเอง

เพราะฉะนั้น ในการเรียนรู้แบบเดิมที่นิยมให้เด็กท่องจำมากเกินไป และพยายามจะให้เด็กเก่งตั้งแต่ครั้งแรกที่เรียนรู้ ไม่ได้ช่วยให้เด็กพัฒนาภาษาอังกฤษได้เสมอไป เนื่องจากเด็กอาจจะเกิดการเบื่อหน่ายหรือท้อแท้กับบทเรียนที่พวกเขาไม่สามารถทำได้ดี อีกทั้งยังไม่สามารถช่วยให้เด็กจดจำสิ่งที่เรียนรู้ไปได้ในระยะยาว

การสอนแบบ “Spiral Method” จึงตอบโจทย์วัยเด็กที่ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ ช่วยให้เด็กได้กลับไปทบทวนเนื้อหาที่เคยเรียนรู้ไปแล้ว ด้วยการฝึกฝนในรูปแบบต่าง ๆ และทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง

ตัวอย่างการเรียนด้วย Spiral Method

ตัวอย่างการเรียนแบบ Spiral Method

เพื่อให้คุณเข้าใจการวิธีการสอนได้ง่ายขึ้น เราขอยกตัวอย่างการเรียนภาษาอังกฤษในระดับ: Kindergarten ดังนี้

สัปดาห์ที่ 1: แนะนำคำศัพท์พื้นฐาน

ครู: “This is a ‘ball.’ Can you say ‘ball’?”
นักเรียน: “Ball!”

จากนั้น ครูจะนำเสนอกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ ‘ลูกบอล’ ให้กับเด็ก เช่น วาดรูปลูกบอล เล่นกับลูกบอล รวมทั้งนำคำศัพท์ ‘ball’ มาประยุกต์ใช้ในประโยคพื้นฐานอื่น ๆ เช่นกัน

สัปดาห์ที่ 2: เรียนรู้คำศัพท์และประโยคพื้นฐานอื่น ๆ

ครูจะต่อยอดคำศัพท์ของสัปดาห์ก่อน โดยแนะนำคำศัพท์ใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งของที่พบได้ทั่วไปที่บ้านเช่นเดียวกับ ‘ลูกบอล’ เช่น ‘dog’ ‘cat’ ‘house’ และ ‘car’ จากนั้นก็นำคำศัพท์เหล่านี้มาประยุกต์ใช้ในประโยคพื้นฐาน
เช่น “The cat is in the house.”

สัปดาห์ที่ 3: เรียนรู้คำศัพท์พื้นฐานที่ใช้อธิบายถึงคุณลักษณะของสิ่งของ

นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับคำศัพท์อย่างเช่น ‘red’ ‘blue’ ‘big’ และ ‘small’ จากนั้น ครูจะนำคำเหล่านี้มารวมกันเป็นประโยค
เช่น “The big red ball is in the house.”

สัปดาห์ที่ 4: ทบทวนและลองเล่าเรื่อง

ครูจะเน้นไปที่การทบทวนคำศัพท์และประโยคจากสัปดาห์ก่อน ๆ และให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมโดยฝึกการเล่าเรื่อง นำคำศัพท์ที่ได้เรียนรู้มาสร้างเรื่องสั้น

สัปดาห์ที่ 5: แนะนำคำกริยา

นักเรียนจะได้รู้จักคำศัพท์หรือคำกริยา เช่น ‘run’ ‘jump’ ‘eat’ และ ‘sleep’ และฝึกใช้คำกริยาเหล่านี้ลงในประโยค
เช่น “The dog is running.”

สัปดาห์ที่ 6: รวบรวมทั้งหมดเข้าด้วยกัน

ในสัปดาห์สุดท้ายนี้ นักเรียนจะรวบรวมทุกสิ่งที่พวกเขาได้เรียนรู้มา โดยการสร้างประโยคที่ซับซ้อนมากขึ้น
เช่น “The small blue car is driving fast.”

หลังจากการเรียนรู้ทั้ง 6 สัปดาห์ข้างต้นแล้ว การสอนแบบ Spiral Method ก็จะยังดำเนินต่อไป ครูจะค่อย ๆ แนะนำโครงสร้างประโยค กฎไวยากรณ์ และคำศัพท์เพิ่มเติมที่ซับซ้อนมากขึ้น รวมทั้งแนะนำเนื้อหาใหม่ ๆ พร้อมไปกับทบทวนความรู้ที่ได้เรียนรู้ไปก่อนหน้านี้ และบูรณาการเข้ากับบทเรียน

ให้เด็กเรียนภาษาอังกฤษแบบ Spiral Method ได้ที่ไหน?

เรียนภาษาอังกฤษแบบ Spiral Method ได้ที่ไหน

หากคุณสนใจที่จะให้บุตรหลานลองเรียนภาษาอังกฤษด้วยวิธี Spiral Method เพื่อช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษได้อย่างต่อเนื่อง สถาบันสอนภาษา NOVA ONLINE รองรับคอร์สเรียนภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก โดยบูรณาการการเรียนการสอนภาษาอังกฤษทั้ง “Phonics” “Spiral Method” และ “Direct Method” ซึ่งเป็นการนำวิธีการสอนภาษาที่มีประสิทธิภาพมาประยุกต์ใช้เข้าด้วยกัน มั่นใจได้เลยว่า บุตรหลานของท่านจะสามารถพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษด้วยตนเองได้อย่างเป็นธรรมชาติและมีประสิทธิภาพแน่นอน

ทำไมต้อง NOVA ONLINE ?

  • สถาบันระดับ TOP ของญี่ปุ่น ปรับหลักสูตรเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ
  • สอนโดย Professional Teacher คัดเลือกและอบรมอย่างดี
  • พร้อมให้คำแนะนำ พัฒนาภาษาอังกฤษได้ตรงจุด
  • คอร์สเรียนออนไลน์ สะดวก เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา
  • เลือกคอร์สให้ตอบโจทย์ได้ตามไลฟ์สไตล์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม